9 เรื่องน่ารู้ “มีนาทรานสปอร์ต” MENA หุ้นน้องใหม่โลจิสติกส์

  • 9 เรื่องน่ารู้ “มีนาทรานสปอร์ต” MENA หุ้นน้องใหม่โลจิสติกส์

    9 เรื่องน่ารู้ “มีนาทรานสปอร์ต” MENA หุ้นน้องใหม่โลจิสติกส์

    หุ้นน้องใหม่ไอพีโอธุรกิจขนส่ง บริษัท มีนาทรานสปอร์ต จำกัด  (มหาชน) หรือ MENA ถือเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจขนส่งด้วยรถมิกเซอร์เจ้าแรกที่เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เตรียมซื้อขายวันแรกบนกระดานเทรด 7 ก.ค.นี้ ด้วยความน่าสนใจ โลจิสติกส์ เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ธุรกิจขนส่งจึงมีดีมานด์เข้ามาเป็นจำนวนมาก เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า โดยเฉพาะในโครงการภาครัฐ ทั้ง EEC และแผนพัฒนาเมือง ตาม Roadmap ของรัฐบาลซึ่งเป็นแผนระยะยาว 5-10 ปี ด้านผู้บริหารเผยถึงแผนการขยายฐานลูกค้าใหม่ และการจับมือพันธมิตร ที่จะเห็นความชัดเจนมาขึ้นในช่วงปลายปีนี้ เป็นอีกสตอรี่ที่น่าสนใจให้นักลงทุนต้องติดตามต่อ  
            สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

     

    1. MENA ผู้นำตลาดขนส่งคอนกรีต 

             บริษัท มีนาทรานสปอร์ต จำกัด  (มหาชน) หรือ MENA  นำโดยการบริหารของ “นางสุวรรณา ขจรวุฒิเดช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 27 ปี ทำให้มีความสามารถในการบริหารกองยานด้วยระบบ และมาตรฐาน ภายใต้สโลแกน “คุณยิ้ม เรายิ้ม”

             ธุรกิจของ MENA ให้บริการขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถมิกเซอร์ มีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 10% ของยอดขายคอนกรีตทั้งประเทศ ถือเป็นเป็นกลุ่มผู้นำตลาดผู้ให้บริการด้านขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการขนส่งสินค้าเฉพาะทาง และสินค้าอุปโภคบริโภค ด้วยรถเทรลเลอร์ รวมทั้ง การจำหน่ายอุปกรณ์ และวัสดุก่อสร้าง

             ปัจจุบัน มีรถภายใต้การบริหารราว 600 คัน แบ่งเป็น มีรถมิกเซอร์จำนวน 466 คัน และมีรถเทรลเลอร์ (หัวลาก) 75 คัน นอกจากนี้ ยังมีรถกึ่งพ่วง หรือหางลากประเภทต่างๆ 105 คัน 
             MENA มีพนักงานจัดส่งเป็นครอบครัวใหญ่ของ MENA ราว 500 คน มีสำนักงานอยู่ 5 สาขา ให้บริการกว่า 95 แพลนท์คอนกรีตกระจายอยู่ทั่วประเทศ

    2. กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 

    (1)  ลูกค้าอุตสาหกรรมต่างๆ ในการขนส่งสินค้าด้วยรถเทรลเลอร์ รวมถึงลูกค้าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อขนสินค้าอุปโภคบริโภค
    (2)  บริษัทปูนซีเมนต์ชั้นนำของประเทศไทย อาทิ
    บริษัท นครหลวงคอนกรีต จำกัด (INSEE) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บมจ.ปูนซีเมนต์นครหลวง
    บริษัท เอเซียผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ จำกัด (BUA Concrete) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บมจ.ปูนซีเมนต์เอเซีย 
    บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (CPAC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บมจ.ปูนซีเมนต์ไทย
    รวมถึง การขยายขอบเขตการให้บริการไปยังบริษัทผู้ผลิตท้องถิ่นอื่นๆ ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
    (3)  และลูกค้ารายย่อย ในการเป็นตัวแทนขายสินค้าวัสดุก่อสร้าง และอื่นๆ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ และเพื่อความครบวงจร

    3. แผนการระดมทุน 

             เสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 184 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 25.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้ 

    4. ราคา IPO 1.20 บาท มีความน่าสนใจ

              MENA กำหนดราคาเสนอขายหุ้นละ 1.20 บาท คิดเป็น P/E ที่ประมาณ 20.69 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของบริษัทซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือใกล้เคียงกันกับธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยของ P/E เท่ากับ 30.8 – 31.5 เท่า

              โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซียพลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ระบุมีความน่าสนใจ ด้วยศักยภาพการเติบโต และโอกาสในอนาคต

             กำหนดวันจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม ุ64 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจล้นหลาม เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า “MENA” เข้าเทรดในกลุ่มบริการ/ขนส่งและโลจิสติกส์ 

    สัดส่วนการเสนอขายหุ้น 
    บุคคลทั่วไป 175,000,000 หุ้น
    ผู้มีอุปการคุณของ MENA  8,000,000 หุ้น
    ผู้บริหารและพนักงานของ MENA  1,000,000 หุ้น 
    รวม  184,000,000 หุ้น

    5. เงินที่ได้ระดมทุน ใช้ต่อยอดธุรกิจขนส่ง รับอานิสงส์การลงทุนในประเทศระยะยาว

             เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ รวมมูลค่า 220.80 ล้านบาท จะนำไปใช้สำหรับ
             (1)  ลงทุนในโครงการในอนาคต 160.80 ล้านบาท ภายในปี 2565 โดยโครงการในอนาคตของบริษัทฯ มีนโยบายกำหนดอัตราผลตอบแทนภายในขั้นต่ำ (IRR) เพื่อประโยชน์แก่บริษัทฯ และผู้ถือหุ้น
             (2)  ใช้จ่ายคืนหนี้สิน 20.00 ล้านบาท ภายในปี 2564
             (3)  ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ 40.00 ล้านบาท ภายในปี 2564 

    6. โอกาสหลัง IPO

              MENA เตรียมพร้อมรับโอกาสการเติบโตจากกองยานรถมิกเซอร์ และพนักงานจัดส่ง ที่มีจำนวนมาก เพื่อสอดรับนโยบายการลงทุนจากภาครัฐ และเอกชน ซึ่งจะทยอยกลับมาเดินหน้าตามแผนการลงทุนที่วางไว้ ได้แก่ โครงการ EEC เกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน , โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และ โครงการรถไฟทางคู่
             รวมทั้ง การปรับกลยุทธ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับการขยายงานโครงการของกลุ่มลูกค้าหลัก และการขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้น ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ
             นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพูดคุยกับพัธมิตร เพื่อขยายบริการขนส่งสินค้าเฉพาะทาง และสินค้าอุปโภคบริโภค และการจับมือพันธมิตรรายใหม่ๆ ตามแผนการเข้ามาระดมทุนในครั้งนี้ จะยิ่งเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสนับสนุนแผนการเติบโตของ MENA ให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยคาดจะเห็นความชัดเจนในช่วงปลายปี 64

    7. นโยบายการจ่ายปันผล 40%

              นอกจากการขยายธุรกิจแบบหุ้น Growth Stock ดึงดูดนักลงทุนแล้ว MENA มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% โดยพิจารณาจากงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย 

    8.  ผลประกอบการที่ผ่านมา

             – รายได้หลักมาจากค่าขนส่งและค่าบริการในสัดส่วนอย่างน้อย 90% ของรายได้รวมทั้งหมด โดยเป็นค่าบริการจากรถมิกเซอร์สัดส่วนราว 70%         
             – ผลประกอบการปี 2563 MENA มีรายได้รวม 614.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 34.8 ล้านบาท  
             – โดยในงวดไตรมาส 1/2564 รายได้รวมรวมอยู่ที่ 152.5 ล้านบาท ปรับลดลงเล็กน้อย ราว 14.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 178.8 ล้านบาท สาเหตุหลักในการปรับลดลง เนื่องจากค่าขนส่งและค่าบริการปรับขึ้นลงตามราคาน้ำมัน ซึ่งในไตรมาส 1/2564 นี้ ราคาน้ำมันลดลงมากกว่าปีที่แล้วราว 10% นอกจากนี้ จำนวนเที่ยวขนส่งลดลงตามสถานการณ์โควิดในประเทศ
             – อย่างไรก็ดี MENA มีกำไรสุทธิ 10.1 ล้านบาท โดย MENA ปรับกลยุทธ์ลดค่าใช้จ่าย ประกอบกับต้นทุนทางการเงินลดลงจากการชำระคืนหนี้อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจากปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 5.7% และในไตรมาส 1 ปีนี้อยู่ที่ 6.6%  

    9. โครงสร้างผู้ถือหุ้น

             ผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ กลุ่มครอบครัวขจรวุฒิเดช ก่อน IPO 93.9% ภายหลัง IPO ครั้งนี้ 70.4% นำโดย คุณสุวรรณา ขจรวุฒิเดช ถือหุ้นก่อนและหลัง IPO สัดส่วน 35.6% และ 26.7% ตามลำดับ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจ และสร้างความมั่นใจถือหุ้นระยะยาว เนื่องจากมองเห็นศักยภาพ และโอกาสทางธุรกิจ 

     

    ที่มา : http://www.efinancethai.com/ipo/IpoCornerMain.aspx?release=y&name=IPO_MENA