นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สมัครงานและพนักงาน

นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สมัครงานและพนักงาน

 

บริษัท มีนาทรานสปอร์ต จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานและพนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สมัครงานและพนักงาน
(“นโยบายความเป็นส่วนตัว” ) จัดทำขึ้นในนามของบริษัทฯ เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะผู้สมัครงานหรือพนักงานของบริษัทฯ และเป็นการกำหนดหลักการพื้นฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะผู้สมัครงานหรือพนักงานของบริษัทฯ โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวจะครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทฯ

ในนโยบายความเป็นส่วนตัว “กลุ่มบริษัท” หมายถึง บริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมที่บริษัทฯ ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม (ถ้ามี) โดยแต่ละบริษัทต่างมีสถานะทางกฎหมายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแยกต่างหากจากกันสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของแต่ละบริษัท

1. นิยามข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัว บุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

     2.1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม

          2.1.1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมในขั้นตอนการสมัครงาน

ในขั้นตอนการสมัครงานของท่านกับบริษัทฯ รวมถึงข้อมูลตามเอกสารที่ท่านส่งมอบให้แก่เรา เช่น Resume Curriculum Vitae (CV) จดหมายสมัครงานใบสมัครงาน ความเห็นประกอบการสรรหาพนักงาน ขั้นตอนการพิจารณาที่เกี่ยวข้องก่อนการจ้างงาน บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลต่างๆ ของท่าน ตามประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้ ทั้งที่ปรากฏในใบสมัครงานหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง

1. ข้อมูลทั่วไป เช่น คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล (ภาษาอังกฤษ+ไทย) ภาพถ่าย เลขบัตรประจำตัวประชาชน สัญชาติ สำเนาใบอนุญาตขับขี่ สถานะการเกณฑ์ทหาร

2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ที่อยู่ปัจจุบัน

3. ข้อมูลการเกิด เช่น วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด

4. ข้อมูลชีวิตครอบครัว เช่น สถานภาพการสมรส รายละเอียดสมาชิกครอบครัว

5. ข้อมูลการศึกษาและทักษะ เช่น ระดับการศึกษาและผลการศึกษา ทักษะอื่นๆ

6. ข้อมูลประวัติการทำงาน เช่น ประสบการณ์การทำงาน ประสบการณ์ฝึกงาน

7. ข้อมูลด้านร่างกาย เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก ข้อจำกัดทางกายภาพ ผลการตรวจสุขภาพของท่านที่บริษัทฯ ได้รับจากโรงพยาบาลที่ท่านได้เข้ารับการตรวจ

8. ข้อมูลด้านประวัติอาชญากรรม เช่น ผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของท่านที่บริษัทฯ ได้รับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

9. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ตามที่บริษัท ฯ จะจัดเก็บจากท่านตามวัตถุประสงค์ ในข้อ 3

          2.1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมเมื่อเป็นพนักงาน

เมื่อท่านผ่านการพิจารณาและอนุมัติให้เป็นพนักงานของบริษัทฯ แล้ว บริษัท ฯ จะจัดเก็บข้อมูลของท่านโดยตรงเมื่อมีการทำสัญญาจ้างพนักงาน โดยบริษัท ฯ ทำการเก็บรวบรวมเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลต่างๆ ของท่านเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

2. สำเนาหลักฐานการศึกษา (Transcript)

3. สำเนาทะเบียนบ้าน

4. สำเนาหลักฐานทางทหาร (เฉพาะผู้ชาย)

5. หนังสือรับรองการผ่านงาน

6. สำเนาบัญชีธนาคาร

7. สำเนาผลการทดสอบทางด้านภาษาต่างประเทศอายุไม่เกิน 1 ปี (ถ้ามี)

8. สำเนาใบ กว. (ถ้ามี)

9. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ถ้ามี)

10. สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการ (ถ้ามี)

11. ใบสมัครงาน ที่ท่านได้กรอกข้อมูล โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    • คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ)
    • ภาพถ่าย
    • เพศ
    • เพศสภาพ
    • บัตรประจำตัวประชาชน (วันออกบัตรและวันหมดอายุบัตร)
    • หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
    • อีเมล์
    • วันเกิด (วัน-เดือน-ปีเกิด)
    • สถานที่เกิด (ภูมิลำเนาเดิม)
    • สัญชาติ
    • กรุ๊ปเลือด
    • จำนวนพี่น้องร่วมบิดา-มารดาเดียวกัน
    • สถานภาพสมรส
    • จำนวนบุตร
    • ใบขับขี่รถยนต์
    • ใบขับขี่รถจักรยานยนต์
    • ประวัติอาชญากรรม
    • โรคประจำตัว
    • ประวัติการศึกษา (วุฒิ การศึกษา, สถานศึกษา, คณะ, สาขา, ระยะเวลา, เกรดเฉลี่ย สะสม)
    • ประวัติการทำงาน (ระยะเวลา, ชื่อสถานที่ทำงาน, ชื่อตำแหน่งงาน, อัตราเงินเดือนล่าสุด)
    • ที่อยู่ปัจจุบัน
    • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
    • รายละเอียดสมาชิกครอบครัว (บิดา-มารดา, คู่สมรส : ชื่อ-สกุล, วัน-เดือน-ปีเกิด, สถานะ, ชื่อสถานที่ทำงาน, อาชีพ, ที่อยู่ปัจจุบัน, โทรศัพท์บ้าน-มือถือ), (บุตร : ชื่อ-นามสกุล, วัน-เดือน-ปีเกิด, เพศ, สถานะ)
    • บุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน (ชื่อ-นามสกุล, ความสัมพันธ์, อาชีพ, ที่อยู่ปัจจุบัน, โทรศัพท์ )
    • ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ตามที่บริษัท ฯ จะจัดเก็บตามวัตถุประสงค์ ในข้อ 3

     2.2. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในการรับสมัครงาน

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในการรับสมัครงาน บริษัทฯ จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางหลายช่องทาง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การรับข้อมูลที่ท่านให้โดยตรงกับบริษัทฯ ผ่านทาง Web Recruitment ต่าง ๆ เช่น  www.jobthai.com , www.jobbd.com , www.jobtopgan.com  การรับข้อมูลที่ท่านให้โดยตรงทางเอกสาร หรือ อีเมล์ นอกจากนั้น บริษัทฯ อาจจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากท่านโดยตรง เช่น จาก โรงพยาบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ เว็บไซต์รับสมัครงาน เป็นต้น และเมื่อท่านผ่านการพิจารณาและอนุมัติให้เป็นพนักงาน บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลของท่านโดยตรงเมื่อมีการทำสัญญาจ้างพนักงาน

2.3. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานเพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เป็นระยะเวลา 6 (หก) เดือน นับจากวันที่แจ้งผลการพิจารณาการจ้างงานให้ผู้สมัครงานทราบ เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว บริษัทฯ จะลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ออกจากฐานข้อมูลของบริษัทฯ

เมื่อท่านทำสัญญาจ้างเป็นพนักงานของบริษัทฯ บริษัทฯ จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เป็นระยะเวลาตราบเท่าที่ท่านยังเป็นพนักงานของบริษัทฯ และจะเก็บและใช้งานต่อเนื่องอีกเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 (สิบ) ปี หลังจากที่ท่านสิ้นสุดการเป็นพนักงาน ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือตามที่กฎหมายกำหนด

3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

สำหรับผู้สมัครงาน บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เนื่องด้วยเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ และ/หรือ กลุ่มบริษัท หรือโดยได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเนื่องด้วยเหตุอันชอบด้วยกฎหมายอื่นๆ ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อสื่อสารเพื่อการนัดหมาย การสัมภาษณ์งาน และ การพิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมของผู้สมัครงานในการจ้างงาน รวมถึงการพิจารณาและเสนอตำแหน่งที่เหมาะสมอื่น ๆ ในกลุ่มบริษัทให้กับผู้สมัครงานอันเป็นการเพิ่มโอกาสการจ้างงานให้แก่ผู้สมัครงาน

สำหรับพนักงาน บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ และ/หรือ กลุ่มบริษัทโดยได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเนื่องด้วยเหตุอันชอบด้วยกฎหมายอื่น ๆ ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

1. เพื่อการจ้างงาน การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านสุขภาพ

2. เพื่อการพัฒนาและฝึกอบรมบุคคล

3. เพื่อการจัดการความปลอดภัย

4. เพื่อการจัดการกรณีพนักงานต้องไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ

5. เพื่อการจัดกิจกรรมนันทนาการ

6. เพื่อการจัดการระบบทะเบียนประวัติพนักงาน

7. เพื่อการจัดการระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน

8. เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลพนักงานในการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคล

9. เพื่อการติดต่อ สื่อสาร ส่งไปรษณีย์พัสดุ

10. เพื่อปฏิบัติตามสัญญาหรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น

11. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม และ/หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ

12. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

13. เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทฯ อาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถอำนวยความสะดวก จัดกิจกรรมต่าง ๆ หรือติดต่อสื่อสารกับท่านได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับการทำงานของท่านได้

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

4.1. ประเภทของผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล

สำหรับข้อมูลของผู้สมัครงาน ในการพิจารณาใบสมัครของผู้สมัครงาน บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานเท่าที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอข้อมูลตามที่ผู้สมัครงานยินยอมเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาการจ้างงานนอกจากนั้น บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานเท่าที่จำเป็นให้กับกลุ่มบริษัทเพื่อพิจารณาและเสนอตำแหน่งที่เหมาะสมกับผู้สมัครงานอันเป็นการเพิ่มโอกาสการจ้างงานให้แก่ผู้สมัครงาน

สำหรับข้อมูลของพนักงาน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นให้กับกลุ่มบริษัท ผู้ให้บริการต่าง ๆ และบริษัทคู่ค้า เช่น บริษัทประกันภัย ตัวแทนประกันภัย โรงพยาบาล ที่ปรึกษา โรงแรม สายการบิน สถาบันหรือผู้จัดอบรม หรือ ผู้ให้บริการไปรษณีย์พัสดุ เป็นต้น รวมถึง การเปิดเผยข้อมูลอื่น ๆ ตามวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลตามข้อ 3

4.2. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ (ถ้ามี)

ในการบางกรณี บริษัทฯ อาจมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บไปยังฐานข้อมูลของบริษัทฯ ซึ่งดำเนินการและบริหารงานบน Cloud Servers โดยคู่ค้าในต่างประเทศซึ่งมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของประเทศไทยที่ใช้บังคับโดยที่ข้อมูลเหล่านี้จะได้รับการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

5. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิดังต่อไปนี้

1. มาตรา 19 วรรคห้า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้

2. มาตรา 30 วรรคหนึ่ง มาตรา 30 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม

3. มาตรา 31 วรรคหนึ่ง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) ขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุม

ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ

(2) ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบ

ดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

4. มาตรา 32 วรรคหนึ่ง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้

5. มาตรา 33 วรรคหนึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

6. มาตรา 34 วรรคหนึ่ง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้

7. มาตรา 36 วรรคหนึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามมาตรา 35 หากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดำเนินการตามคำร้องขอ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39

9. มาตรา 73 วรรคหนึ่ง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของประเทศไทยที่

ใช้บังคับ ท่านสามารถถอนความยินยอมในเวลาใดก็ได้โดยการติดต่อตามช่องทางที่บริษัทฯ

จัดเตรียมไว้ตามข้อ 8 บริษัทฯ ขอเรียนว่า หากท่านถอนความยินยอม ท่านอาจจะเสียสิทธิได้รับ

ข้อมูลข่าวสาร หรือ สิทธิประโยชน์ รวมถึงการติดต่อจากบริษัทฯ อันเกี่ยวเนื่องกับการสมัครงาน

หรือ การจ้างงานของท่าน

1. ท่านสามารถขอเข้าถึง ขอสำเนา ขอแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ ให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม

2. ท่านมีสิทธิขอรับ ขอให้บริษัทฯ ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นได้

3. ท่านสามารถคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในบางกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้

4. ท่านสามารถขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ในบางกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้

5. ท่านสามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ

6. การใช้คุกกี้

เรามีการใช้คุกกี้เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กำหนดไว้ตาม นโยบายการใช้คุกกี้

7. การปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สมัครงาน

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ได้ โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ อาจจะแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดอื่นเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของท่านเพิ่มเติม เช่น วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่อยู่นอกเหนือจากนโยบายความเป็นส่วนตัว

ทั้งนี้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ เมื่อมีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เป็นการกำหนดเพิ่มเติมตามกฎหมายหรือรายละเอียดอื่นเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวจะมีผลใช้บังคับทันทีที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบตามวิธีการที่บริษัทฯ เห็นสมควร เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทฯ จะต้องได้รับความยินยอมจากท่านตามกฎหมาย ซึ่งในกรณีเช่นนั้น การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ หรือรายละเอียดอื่นใดเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับเมื่อบริษัทฯ ได้รับความยินยอมจากท่าน

8. ช่องทางการติดต่อ

หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สมัครงานและพนักงาน ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม หรือต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท:                      บริษัท มีนาทรานสปอร์ต จำกัด​ (มหาชน)

ที่อยู่สำนักงาน:            455/12-14 ถนนพระราม 6 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

เว็บไซต์ของบริษัท:        www.menatransport.co.th

เบอร์โทรศัพท์ของบริษัท : 02-613-9450 (สำนักงานกรุงเทพฯ)

Line@ HR CENTER

02-172-8120 (ศูนย์ลาดกระบัง)

036-200321 (สำนักงานสระบุรี)

ในเวลาทำการ: 08.30 น – 17.00 น. (วันจันทร์- วันศุกร์)

อีเมล์: HR-CENTER@menatransport.co.th

ส่งคำร้องออนไลน์: แบบฟอร์มยื่นคำร้องขอใช้สิทธิ